วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

อนาคตศาสนา



“Don’t be jealous of those who use violence, and don’t choose to be like them. The Lord hates those who do wrong, but he is a friend of those who are honest”                                                                Proverbs 3: 31-32

         ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของนักปั่นจักรยานชาวเชียงใหม่ที่เสียชีวิตบนท้องถนนขณะออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยานกับเพื่อนๆในตอนเช้าตรู่ เนื่องจากถูกรถยนต์ที่คนขับซึ่งเป็นนักศึกษาสาวเกิดหลับใน หลังกลับจากการเที่ยวกินดื่มจนใกล้สว่างแล้วขับรถกลับบ้านทั้งๆที่ง่วงนอน ขับพุ่งเข้าไปชนกลุ่มนักปั่นจักรยานจนตายและบาดเจ็บหลายคน เธอคงต้องรับผิดชอบต่อความรู้สึกผิดที่จะติดตามเธอไปตลอดชีวิต
         แต่ที่น่าเสียใจและน่ากังวลใจมากกว่าคือ มีคนไทยบางคนแสดงความสะใจที่นักปั่นจักรยานถูกรถยนต์ชนตาย เพราะมีความคิดและเข้าใจว่าถนนมีไว้ให้รถยนต์วิ่ง ไม่ใช่สำหรับให้ปั่นจักรยาน ความคิดของคนไทยเปลี่ยนจากการเป็นคนโอบอ้อมอารี มีเมตตากรุณา มีศีล มีธรรมอยู่ในวิถีชีวิต เพราะเป็นเมืองชาวพุทธ มาเป็นคนไร้น้ำใจ ขาดความเห็นอกเห็นใจกันตั้งแต่เมื่อไหร่ ศาสนาไม่ได้ช่วยขัดเกลาจิตใจหรือไร

           มีรายงานที่เพิ่งนำออกเผยแพร่เรื่อง “the Future of World Religions: Population Growth Projections, 2010-2050” อนาคตของศาสนาโลก พยากรณ์การเติบโตของประชากร ปี 2010-2050 ซึ่งเป็นผลงานการศึกษาวิจัยของ  Pew Research Center ภายใต้โครงการ Pew-Templeton Global Religions Future Project โดยได้รับเงินสนับสนุนการศึกษาโครงการนี้จาก มูลนิธิ The Pew Charitable Trusts และ The John Templeton Foundation รายงานนี้มี 245 หน้า มีรายละเอียดมากพอสมควร จึงขอนำเสนอโดยสรุปดังนี้
การศึกษาเพื่อพยากรณ์การเปลี่ยนแปลงของประชากร (Demographic) ที่นับถือศาสนาต่างๆของโลกนี้ ใช้หลักเกณฑ์การศึกษาจาก ขนาดของประชากรในปัจจุบัน (Current size) การแบ่งกระจายตามภูมิศาสตร์ (Geographic distribution) ความแตกต่างของอายุ (Age difference) อัตราการเจริญพันธุ์และการตาย (Fertility and mortality rate) การอพยพข้ามชาติ (International migration) และรูปแบบลักษณะการเปลี่ยนศาสนา (Pattern in conversion)

ผลการศึกษามีประเด็นน่าสนใจที่พยากรณ์การเปลี่ยนแปลงพอสรุปได้ดังนี้
  • จำนวนมุสลิมจะเพิ่มขึ้นเกือบจะเท่าๆกับจำนวนคริสเตียนทั่วโลก
  • จำนวนผู้ไม่นับถือพระเจ้า และไม่มีศาสนา แม้จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นในบางประเทศ เช่นสหรัฐอเมริกา และ ฝรั่งเศส  แต่จะเป็นสัดส่วนที่ลดลงของประชากรโลก
  • ผู้นับถือศาสนาพุทธทั่วโลกในปี 2050 จะมีจำนวนเท่าๆกับปี 2010  ในขณะที่ผู้นับถือศาสนา ฮินดู และยิว จะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น
  • ในยุโรป จำนวนคนมุสลิมจะเป็น 10% ของประชากรชาวยุโรป
  • ประเทศอินเดีย จะยังคงมีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวฮินดู แต่ จะมีจำนวนชาวมุสลิมมากขึ้น มากกว่าประเทศใดๆในโลก และจะมากกว่าประเทศอินโดนิเซีย ด้วย
  • จำนวนคริสเตียนในสหรัฐอเมริกา จะลดลง ซึ่งปัจจุบันมากกว่า 3/4 ของประชากรสหรัฐอเมริกาเป็นคริสเตียน แต่ในปี 2050 จำนวนคริสเตียนจะเป็น 2/3 ของประชากรสหรัฐอเมริกา จำนวนมุสลิมในสหรัฐอเมริกาจะเพิ่มมากขึ้น มากกว่าผู้นับถือศาสนายิว (Judaism)
  • คริสเตียนจำนวน 4 คน ใน10 คนในโลกจะอยู่ในพื้นที่ sub-Saharan อัฟริกา

ตาราง แสดงขนาดและพยากรณ์การเติบโตของศาสนาต่างๆ

 
จำนวนผู้นับถือในปี
2010
%ของประชากรโลก
พยากรณ์จำนวนผู้นับถือในปี 2050
%ของประชากรโลกในปี 2050
จำนวนผู้นับถือเพิ่มขึ้น 2010-2050
คริสเตียน
2,168,330,000
31.4%
2,918,070,000
31.4%
749,740,000
มุสลิม
1,599,700,000
23.2%
2,761,480,000
29.7%
1,161,780,000
ไม่มีศาสนา
1,131,150,000
16.4%
1,230,340,000
13.2%
99,190,000
ฮินดู
1,032,210,000
15.0%
1,384,360,000
14.9%
352,140,000
พุทธ
487,760,000
7.1%
486,270,000
5.2%
-1,490,000
นับถือบรรพบุรุษ
404,690,000
5.9%
449,140,000
4.8%
44,450,000
ศาสนาอื่นๆ
58,150,000
0.8%
61,450,000
0.7%
3,300,000
ยิวส์
13,860,000
0.2%
16,090,000
0.2%
2,230,000
รวมทั้งโลก
6,895,850,000
100.00%
9,307,190,000
100.00%
2,411,340,000

           จากตารางข้างต้น จะเห็นได้ว่า คริสเตียนทั่วโลกในปัจจุบันมีประมาณ 2,168,330,000 คน หรือประมาณ 31.4% ของประชากรทั้งโลก แต่ในปี 2050 พยากรณ์ว่าจะมีคริสเตียนทั่วโลกประมาณ 2,918,070,000 คน หรือประมาณ 31.4% ของประชากรโลก คือเป็นสัดส่วนเท่าเดิม แต่จำนวนคนจะเพิ่มขึ้นอีก 749,740,000 คน แต่ที่เปลี่ยนแปลงมากที่สุดคือจำนวนผู้นับถือศาสนาอิสลามจะเพิ่มขึ้นจาก ประมาณ 1,599,700,000 คน หรือประมาณ 23.2% ของประชากรโลกในเวลานี้ อีก 40 ปีข้างหน้าจำนวนมุสลิมจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 2,761,480,000 คน หรือประมาณ  29.7% ของประชากรโลก เท่ากับมีจำนวนมุสลิมเพิ่มขึ้นทั่วโลกประมาณ1,161,780,000 คน มีแต่ศาสนาพุทธ เท่านั้นที่มีจำนวนลดลง จากปัจจุบันมีชาวพุทธทั่วโลกประมาณ 487,460,000 คน หรือประมาณ 7.1% ของประชากรโลก แต่ในปี 2050 ประมาณการว่าชาวพุทธทั่วโลกจะมีจำนวน 486,270,000 คน ประมาณ 5.2% ของประชากรโลก หรือลดลงประมาณ 1,490,000 คน

           เพื่อให้มองเห็นการเปลี่ยนแปลงของผู้นับถือศาสนาต่างๆในโลกได้ชัดเจนขึ้น กรุณาศึกษาการพยากรณ์ของคณะผู้ศึกษาวิจัยดังต่อไปนี้
 

พยากรณ์การเปลี่ยนแปลงของจำนวนประชากรผู้นับถือศาสนาต่างๆทั่วโลก

 
 

พยากรณ์ ในปี 2050 หลายประเทศที่มีจำนวนคริสเตียนเป็นคนกลุ่มใหญ่ของประเทศ จะกลายเป็นศาสนาอื่นๆที่จะเป็นคนกลุ่มใหญ่ของประเทศแทน

 
 
พยากรณ์ การเปลี่ยนแปลงสะสม ของการเปลี่ยนศาสนา ทั้งเปลี่ยนเข้ามา และเปลี่ยนออกไปปี 2010-2050

 
 
พยากรณ์อัตราการเจริญพันธุ์ (อัตราการมีลูก) ของผู้นับถือศาสนาต่างๆ

ปี 2010-2050



พยากรณ์การเปลี่ยนแปลงของกลุ่มผู้ไม่นับถือศาสนาใดๆ ปี 2010-2050

 
 

พยากรณ์ ส่วนผสมของศาสนาต่างๆในประเทศสหรัฐอเมริกา ปี 2010 -2050



พยากรณ์ อัตราการเติบโตประจำปี ประชากรของประเทศ ปี 2010-2050



พยากรณ์การเติบโตของมุสลิม ที่เติบโตเร็วที่สุด



การกระจายของกลุ่มอายุของผู้นับถือศาสนาต่างๆปี 2010



การพยากรณ์ระยะยาว ของสัดส่วนคริสเตียน กับ มุสลิม ในประชากรโลก



พยากรณ์ส่วนผสมศาสนาและการอพยพข้ามชาติระหว่างปี 2010-2050



พยากรณ์ผลกระทบต่อประชากร ตามภูมิภาค



ขอเรียนว่า นี่เป็นข้อมูลที่ศึกษาและพยากรณ์ตามหลักวิชาการเท่านั้น ในอนาคต 40 ปี ข้างหน้า ตัวเลขอาจจะไม่เป็นไปตามที่พยากรณ์นี้ก็ได้ เพราะเรื่องความเชื่อ ความศรัทธาในศาสนาเป็นเรื่องของจิตวิญญาณ จิตใจ และ ความศรัทธา ขึ้นอยู่กับการประกาศเผยแพร่ศาสนา การปฏิบัติธรรมของพระ นักบวชของแต่ละศาสนา หรืออาจจะมีปรากฏการณ์เหนือความคาดหมาย นำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในอนาคต อะไรก็เกิดขึ้นได้
ขอปิดท้ายด้วยคำพูดของท่าน Mahatma Gandhi ที่กล่าวว่า All the religions of the world, while they may differ in other respects, unitedly proclaim that nothing lives in this world but Truth.” ทุกศาสนาในโลกนี้ แม้จะมีความแตกต่างกันในแง่มุมการนับถือ แต่ร่วมกันประกาศว่าไม่มีสิ่งใดที่อยู่ในโลกนี้ นอกจากความจริงเท่านั้น
และคำพูดของท่าน Dalai Lama ที่กล่าวว่า “All religions try to benefit people, with the same basic message of the need for love and compassion, for justice and honesty, for contentment.” ทุกศาสนาล้วนพยายามให้ประโยชน์แก่คน ด้วยคำสอนพื้นฐานของความจำเป็นสำหรับความรักและความเมตตา สำหรับความยุติธรรม และความสัตย์ซื่อ และสำหรับความสุขใจ

 
 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านเป็นเพื่อนทางความคิด และ

ขอบคุณที่ช่วยแนะนำให้เพื่อนมาเยี่ยม


สมชัย ศิริสุจินต์

ปล. ผมมี page ใน Facebook ชื่อ kiddee ว่างๆเชิญเยี่ยมด้วยครับ

https://www.facebook.com/suntivaja

 

 

 

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น